บริษัท ซีเอเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

บทความ

รวบรวมบทความเกี่ยวกับระบบดับเพลิงและระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

ทำความรู้จัก "ไฟ"

Posted: 15/05/2019


   
        ประโยชน์อย่างหนึ่งของไฟที่เห็นได้ชัดนั่นคือ การนำไฟมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในกระบวนการ การประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการย่าง ทอด นึ่ง หรือต้ม เพราะไฟมีคุณสมบัติในการให้ความร้อน สามารถทำให้อาหารสุกได้ในเวลาไม่นาน มนุษย์เรียนรู้ที่จะนำไฟมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ไม่ว่าเป็นการก่อไฟให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว หรือใช้ไฟป้องกันสัตว์ป่าไม่ให้มารบกวนได้อีกด้วย
       
        ไม่ว่ายุคสมัยไหน “ไฟ” ถือเป็นสิ่งจำเป็น และมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์แทบทั้งสิ้นในทุกยุค นอกจากไฟจะให้ประโยชน์แก่มนุษย์แล้ว ไฟ ก็ยังให้โทษแก่มนุษย์อย่างรุ่นแรง ถึงขั้นเป็นมหันตภัย อย่างเหตุการณ์ไฟไหม้ หรืออัคคีภัยนั่นเอง โดยสาเหตุของอัคคีภัย มีทั้งสาเหตุเกิดจากฝีมือมนุษย์เอง และเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ
  
        “ไฟ” เกิดจากองค์ประกอบหลักสามส่วน ทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกัน ได้แก่ 
1.    ออกซิเจน ซึ่งพบได้ในชั้นบรรยากาศทั่วไป
2.    เชื้อเพลิง  มีทั้งที่มีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซ
3.    ความร้อน อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดการลุกไหม้ได้
       
        ตามมาตรฐาน NFPA 10 ของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ (National Fire Protection Association) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ได้กำหนดประเภทของไฟไว้ 5 ประเภทได้แก่
1.    ไฟประเภท A (Class A Fire) คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็งทั่วๆ ไป เช่น กระดาษ เศษไม้ ยาง พลาสติก ฯลฯ ซึ่งไฟประเภทนี้ สามารถดับได้โดยการใช้น้ำ หรือ ถังดับเพลิงเคมีแห้ง ABC ทั่วไป
2.    ไฟประเภท B (Class B Fire) คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นไขหรือของเหลวที่ติดไฟ เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด สี ฯลฯ ซึ่งไฟประเภทนี้สามารถดับโดยการใช้ถังดับเพลิงเคมีแห้ง ABC โฟมดับเพลิง หรือถังดับเพลิงที่เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น
3.    ไฟประเภท C (Class C Fire) คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นวัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้า เช่น ปลั๊กไฟ สายไฟ สะพานไฟ ฯลฯ ซึ่งไฟประเภทนี้สามารถดับโดยใช้ถังดับเพลิงเคมีแห้ง ABC ถังดับเพลิงที่เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น
4.    ไฟประเภท D (Class D Fire) คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นโลหะที่ติดไฟ เช่น แมกนีเซียม ไทเทเนียม ฯลฯ  ซึ่งไฟประเภทนี้สามารถดับโดยเครื่องดับเพลิงที่เป็นผงเคมีเฉพาะอย่าง โซเดียมคลอไรด์ ห้ามใช้น้ำดับเพลิงโดยเด็ดขาด
5.    ไฟประเภท K (Class K Fire) คือ ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันในการประกอบอาหารทั้งน้ำมันพืชและน้ำมันหรือไขมันจากสัตว์  ซึ่งไฟประเภทนี้สามารถดับโดยการใช้เครื่องดับเพลิงที่มีคุณสมบัติจำเพาะในการดับเพลิงประเภทนี้
       
       เมื่อเราได้รู้จักไฟประเภทต่างๆ แล้ว ความรู้ต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจและสามารถหาวิธี ตลอดจนใช้วัสดุและอุปกรณ์ในการดับไฟได้เหมาะสมและถูกต้อง เพราะเวลาที่เกิดไฟไหม้ คนส่วนใหญ่มักนึกถึง ”น้ำ” ในการดับเพลิง ซึ่ง ”น้ำ” สามารถดับเพลิงได้บางประเภทเท่านั้น มิหนำซ้ำหากเรานำน้ำไปดับเพลิงกับไฟบางประเภทที่น้ำไม่สามารถดับเพลิงได้ จะทำให้เสียเวลาและสิ้นเปลือง และอาจเป็นส่วนที่ทำให้เพลิงลุกลามเพิ่มขึ้นก็เป็นได้

 

  • แชร์บทความนี้